ลิเวอร์พูลจำต้องแบ่งแต้มกับอาร์เซนอล เมื่อถูกไล่ตีเสมอท้ายเกม 1-1 ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม

รายชื่อนักเตะ

11 ตัวจริง: อลิสสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, มิลเนอร์ ©, ไวจ์นัลดุม, มาเน่, ซาลาห์ และเฟอร์มิโน่

สำรอง: มินโญเลต์, สเตอร์ริดจ์, โมเรโน่, ลัลลานา, ชากิรี, โอริกี และมาติป

Team News อัพเดตก่อนเกม: คล็อปป์เปลี่ยนแปลงทีม 3 ตำแหน่งจากเกมที่แล้ว โดยโกเมซและโรเบิร์ตสัน กลับมามีชื่อในแนวรับอีกครั้งในเกมนี้ โดยมาแทนลอฟเรน และโมเรโน่ ในขณะที่มิลเนอร์ลงมาแทนลัลลานา

จังหวะสำคัญในเกม

  • นาที  61 มิลเนอร์ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0
  • นาที 82 ลากาแซตต์ตีเสมอให้อาร์เซนอล 1-1

เกมในครึ่งแรก

เกมที่ 11 ของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกเป็นการไปเยือนเอมิเรตส์ สเตเดียม ของอาร์เซนอล ที่ยังไม่แพ้ใครติดต่อกัน 13 นัด รวมทุกรายการ

ก่อนเกมเริ่ม ทุกคนในสนามยืนไว้อาลัยคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา และผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เริ่มเกมได้ไม่ถึงนาที อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เคลียร์ไม่ขาด โอบาเมยองได้บอลก่อนเปิดเข้ากลาง แต่ฟาน ไดจ์ค เคลียร์บอลไว้ได้ และในนาที 3 โอบาเมยองพาบอลหนีเทรนต์อีกครั้ง แต่กรรมการเป่าให้เป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน และในอีกนาทีต่อมา อาร์เซนอลขึ้นบอลทางซ้ายอีกแล้ว แต่อลิสสันออกมาเซฟลูกยิงของลากาแซตต์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด

นาที 14 โอบาเมยอง ได้โอกาสยิง แต่แฉลบ และออกหลัง ก่อนที่อาร์เซนอลจะได้เตะมุม บอลมาเข้าทางชาก้ายิงเข้าไปแต่อลิสสันล้มคว้าไว้ได้

อาร์เซนอลยังคงตั้งหน้าบุกใส่ทีมเยือนเป็นระลอก มคิตาร์ยาน ชิงโหม่งบอลได้ก่อนอลิสสันที่ออกมา ในนาที 16 แต่โชคดีที่ลูกโหม่งของเจ้าบ้านไม่เข้ากรอบ

ลิเวอร์พูลกลับมีโอกาสใกล้เคียงที่สุดเมื่อส่งบอลเข้าประตู หลังจากเฟอร์มิโน่กระดกบอลชนเสาแล้วมาเน่เข้าซ้ำในนาที 18 แต่กรรมการให้เป็นจังหวะที่มาเน่ล้ำหน้าไปก่อน

ทีมเยือนเริ่มทำเกมบุกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ลิเวอร์พูลได้โอกาสทองอีกครั้งหลังฟาน ไดจ์ค ได้บอลจากซาลาห์ ก่อนที่จะพักอกและยิง แต่เลโน่โชว์ซูเปอร์เซฟ  ในนาที 24

เกมแลกกันอย่างสนุกและเบเยรินได้โอกาสสับไกในนาที 25 แต่บอลแฉลบออกหลังไป

อลิสสันได้เซฟอีกครั้ง บอลกระฉอกออกมาหน้าประตู แต่โชคดีที่ไม่มีนักเตะอาร์เซนอลเข้ามาซ้ำ ในนาที 29

อลิสสันโชว์การอ่านเกม โดยออกมาตัดบอลอีกครั้งในนาที 33 ก่อนที่เบเยรินจะเข้าถึงบอล

ลากาแซตต์ ยิงได้อย่างเฉียบขาด หลังจากโอวิลดีดบอลมาให้ แต่บอลเฉี่ยวเสาไกลอกไปแบบได้ลุ้น  ในนาที 38 แต่ในนาทีต่อมา อาร์เซนอลทำประตูได้จากจังหวะฟรีคิก บอลเข้าประตูแต่กรรมการเป่าให้เป็นจังหวะล้ำหน้า จึงยังเสมอกัน 0-0

อาร์เซนอลยังคงบุกหนักขณะเหลือเพียง 5 นาที สุดท้ายของครึ่งแรก

ฟาน ไดจ์ค ได้โหม่งในนาที 45 หลังลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก แต่บอลกระดอนพื้นและชนเสา ก่อนที่กรรมการจะเป่าจบครึ่งแรก

เกมในครึ่งหลัง

อาร์เซนอลมีกาสที่ใกล้เคียงที่สุดหลังจากเริ่มครึ่งหลังมาได้ 5 นาที หลังจากที่มคิตาร์ยานได้บอลควบเข้าไปในกรอบ แต่ฟาน ไดจ์ค ตามประกบ และจิ้มบอลไปให้โกเมซเคลียร์ออกไปได้ แต่หลังจากนั้นอาร์เซนอลได้ฟรีคิกจากจังหวะที่ฟาบินโญ่เข้าปะทะจนได้ใบเหลือง

หลังจากต้องรับอยู่นาน ลิเวอร์พูลได้โอกาสรุก และเป็นมาเน่ที่โยนบอลเข้ามา เลโน่ปัด แต่บอลไปเข้าทางมิลเนอร์ที่ขึ้นมาเติมพอดี ก่อนที่จะยิงเข้าไปให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0

อลิสสันยังคงเซฟได้อย่างยอดเยี่ยมนาที 64 เมื่อบล็อกลูกยิงของตอร์ไรร่าไว้ได้

ลิเวอร์พูลเล่นเกมสวนกลับได้ดีมาก เมื่อฟาน ไดจ์ค วางบอลให้เฟอร์มิโน่ ก่อนจะวางต่อให้ซาลาห์พาบอลขึ้น และวางให้มาเน่ ที่วิ่งขึ้นมา แต่เสียดายที่บอลแรงไปนิดเดียวในนาที 69 ก่อนที่เฟอร์มิโน่จะได้โอกาสโหม่งในนาที 70 แต่บอลเฉี่ยวเสาไปเพียงนิดเดียว

มาเน่ที่ขยันเข้าไปบีบบอลก่อนจะส่งกลับมาให้โรเบิร์ตสันพาบอลวิ่งขึ้นหน้าและวางเข้าไปหมายจะให้ซาลาห์ ก่อนที่จะถูกสกัดออกหลังในนาที 74 ฟาน ไดจ์ค ได้โหม่งแต่เลโน่โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

คล็อปป์ส่งชากิรีลงสนาม มาแทนเฟอร์มิโน่ออกในนาที 80

ลากาแซตต์ยิงให้อาร์เซนอลตีเสมอ 1-1 หลังจากหลุดเข้าไปในกรอบ แม้อลิสสันจะออกมาปิดมุมก่อน แต่ก็ยังงสามารถปั่นบอลโค้งหนีโกเมซเข้าไปได้ในนาที 82 แต่ในจังหวะต่อมามาเน่ได้ยิงให้ลิเวอร์พูล แต่บอลแฉลบทำให้ลูกยิงข้ามคานไปแบบได้ลุ้น

ท้ายเกม อาร์เซนอลยังคงตั้งป้อมบุกโหมหนักเพื่อลุ้นเป็นผู้ชนะในเกม เบเยรินได้ลุ้นแปในนาที 88 แต่บอลไม่เข้ากรอบ

กรรมการทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 5 นาที

มาติปลงมาแทนซาลาห์ในนาที 90+4 ก่อนที่เทรนต์จะต้องพยายามเตะบอลเคลียร์ออกข้าง และหลังจากนั้นลิเวอร์พูลได้ทุ่ม และมีจังหวะขลุกขลิกกันที่กลางสนาม ก่อนที่กรรมการจะเป่าจบเกม ลิเวอร์พูลบุกมาคว้า 1 แต้มที่เอมิเรตส์ สเตเดียม