“ผมช็อกมาก เพราะว่าผมไม่รู้ว่าความรักที่กองเชียร์ลิเวอร์พูลมีให้กับผมนั้นมากแค่ไหน”

โมโม่ ซิสโซโก้พูดถึงช่วงเวลาที่เขาพยายามจะกลั้นน้ำตาในระหว่างการออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์ในฝรั่งเศส ถึงข้อความที่ได้รับการชื่นชมจากแฟนบอลนอกแอนฟิลด์ โดยในระหว่างทำงานเป็นกูรูในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะอาร์เซนอล 3-1 ในเดือนที่แล้ว ซิสโซโก้รู้สึกเซอร์ไพรส์กับคลิปแฟนบอลที่ให้ความเห็นถึงอดีตนักเตะทีมชาติมาลี

กองกลางททรงพลังที่ยืนหยัดอยู่กลางสนาม ที่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องจริงระหว่าง 2 ปีครึ่งช่วงปี 2005 ถึง 2008 และการยอมรับที่เขาได้จากแฟนบอลข้างสนามเป็นสิ่งที่ทำให้เขาพูดไม่ออก

มีพลังวางตัวอยู่บนเส้น - ค่อนข้างแท้จริง - สำหรับสโมสรในช่วงสองฤดูกาลครึ่งระหว่างปี 2005 และ 2008

“ผมมีความสุข และภาคภูมิใจมาก” ซิสโซโก้กล่าวกับ Liverpoolfc.com “ตอนคุณเล่นฟุตบอล เมื่อคุณเล่นให้กับทีมระดับโลกอย่างลิเวอร์พูล คุณแค่อยากจะเล่นให้ดีที่สุด และทิ้งอะไรบางอย่างไว้”

“กับภาพเหล่านี้ ผมทิ้งบางอย่างที่ดีมากไว้กับลิเวอร์พูล และผมภาคภูมิใจสำหรับเรื่องนี้”

“ตอนคุณเล่นให้กับลิเวอร์พูล ตอนที่คุณเล่นในแชมเปียนส์ลีก เมื่อคุณเล่นเกมใหญ่ๆ ที่แอนฟิลด์ ร่วมกับเพื่อนๆ ของผม...”

“ตอนที่ผมพูดคุยกับลูกๆ ของผม หรือเพื่อนๆ และผมอธิบายเรื่องนี้ พวกเขาช็อกมาก มันเป็นเรื่องที่คุณจำเป็นต้องอยู่เพื่อทำความเข้าใจ”

หลังทำงานภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ที่บาเลนเซีย ซิสโซโก้ย้ายมาร่วมทีมหงส์แดงในเดือนก.ค. 2005 และลงเล่นรวม 87 เกม รวมถึงคว้าเหรียญแชมป์เอฟเอ คัพ  2006 มาครอง ในช่วงที่ลงเล่นเคียงข้างกับสตีเวน เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่ และฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่เขาได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘แผงกองกลางที่ดีที่สุดในโลก’ และบทเพลงดังกล่าวยังถูกร้องจากเดอะ ค็อปมาจนถึงปัจจุบัน

“ใช่ (ผมร้องมัน!)!” นักเตะวัย 34 ปียอมรับ “ผมภาคภูมิใจมาก มันเป็นบางอย่างที่พิเศษสำหรับผม”

“ลูกๆ ของผมพูดภาษาอังกฤษ ดังนั้นบางครั้งพวกเขาจะร้องเพลงร่วมกับผม เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาของผมในลิเวอร์พูล”

“มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ที่ได้ลงเล่นร่วมกับนักเตะเหล่านี้ ผมไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งผมจะได้ลงเล่นร่วมกับสตีเวน เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่ หรือฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ผมสนุกสนานกับมันเป็นอย่างมาก”

“สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด มันเป็นช่วงการเล่นฟุตบอลที่ดีที่สุดของผม ผมเล่นได้ดีมาก จากจุดนั้น ชื่อของผมเริ่มโด่งดัง หลังจากนั้นผมย้ายไปยูเวนตุส แต่ในลิเวอร์พูลคือ การเล่นฟุตบอลของผมที่ดีที่สุด ถ้าพูดตามตรง”

แต่อาชีพของซิสโซโก้เกือบหยุดตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียง 21 ปี ระหว่างเกมแชมเปียนส์ลีก นัดเยือนเบนฟิก้าในปี 2006 ที่เขาถูกเตะเข้าที่ตาขวาจนหวั่นว่าจะบอด การบาดเจ็บรุนแรงจนทำให้เขาไม่สามมรถมองในระยะห่างออกไป 2 ซม.ในวันถัดจากนั้น ซึ่งเขายังคงรู้สึกถึงผลกระทบจนถึงตอนนี้

“ผมหายสนิทหรือยัง? ไม่ เพราะว่าผมยังคงต้องรับผลบางอย่างจากการบาดเจ็บในครั้งนั้น มันเป็นการบาดเจ็บที่ใหญ่มากๆ”ซิสโซโก้เปิดเผย

“แต่ขอบคุณพระเจ้า หลังจากลูกเตะนั้นหมอในโปรตุเกสบอกผมว่า ‘คุณต้องเลิกเล่นฟุตบอล แต่ผมสู้ และผมกลับมาอยู่ในวงการฟุตบอลได้”

“จากการบาดเจ็บครั้งนั้นจนถึงตอนนี้ ผมยังลงเล่นฟุตบอลได้ ซึ่งต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทุกอย่างโอเค”

เขาย้ายไปยูเวนตุสในเดือนมกราคม 2008 ก่อนลงเล่นรวม 13 สโมสรระหว่างอาชีพรวมถึงเปแอสเช, ฟิออเรนตินา และเลบานเต้ รวมถึงช่วงเวลาในอินเดีย, จีน, อินโดนีเซีย และเม็กซิโก ขณะที่เขาอำลาโซโซซ์ในลีกเอิงในช่วงซัมเมอร์ และมองหาก้าวต่อไปในอาชีพ ซึ่งถ้าเขาเลิกเล่น เขาอยากกลับไปชมเกมแชมเปียนส์ลีกที่เมอร์ซีย์ไซด์เช่นกัน

“ตอนนี้ผมกำลังคิด มันเป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับผม แต่ถ้าผมเลิกเล่น ผมจะภาคภูมิใจมากกับสิ่งที่ผมทำในวงการฟุตบอล”เขาสรุป

“แน่นอน (ผมจะอยู่ในวงการฟุตบอลต่อไป)  ฟุตบอลคืออาชีพของผม ผมเล่นฟุตบอลตั้งแต่ผมยังเด็ก และผมต้องการตอบแทนกลับไปให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่”

“ผมไม่ได้กลับไป (ยังลิเวอร์พูล) เพราะว่าผมต้องเดินทางเยอะมาก เปลี่ยนประเทศ แต่ตอนนี้ผมอาจจะ ผมบอกว่าอาจจะ! ผมอาจจะเลิกเล่น  ซึ่ง(น่า)จะมีเวลาสำหรับการเดินทาง และกลับไปดูลิเวอร์พูลเพื่อชมเกมบางนัด”