ลิเวอร์พูลบุกไปคว้าสามแต้มในเกมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ ไปด้วยสกอร์ 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนักที่ 7

รายชื่อนักเตะ

11 ตัวจริง: อาเดรียน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, เฮนเดอร์สัน ©, มาเน่, ซาลาห์ และเฟอร์มิโน่ 

สำรอง: เคลเลเฮอร์, ลอฟเรน, มิลเนอร์, โกเมซ, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ลัลลานา, และโอริกี
อัพเดตทีม: ลิเวอร์พูลใช้ทีมชุดเดิมในการเยือนเชลซีในพรีเมียร์ลีกเกมที่แล้ว


จังหวะสำคัญในเกม

  • นาที  70 ไวจ์นัลดุมยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ด้วยการไปเยือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่บรามอล เลน

หลังจากเริ่มเกม ทีมเยือนได้โอกาสบุกขึ้นมาแต่ยังไม่มีโอกาสยิง และในนาที 4 เชฟฟิลด์ได้โอกาสเล่นเกมโต้กลับ แต่สุดท้ายบอลเข้าซองอาเดรียน แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านบุกเป็นระลอกจนถึงนาที 12 ที่ครอสบอลเข้าลางแต่ถูกสกัดออกหลัง ได้เตะมุม แต่จังหวะโหม่งไม่ดีพอ จึงออกหลังไป

ลิเวอร์ฑูลได้บุกบ้างในนาที 15 แต่เจ้าบ้านลงมารับกันอย่างเต็มแผง จึงยังไม่มีจังหวะยิง แต่ในนาที 16 ซาลาห์พยายามจ่ายบอลให้เฟอร์มิโน่แต่ถูกสกัด จากนั้นไวจ์นัลดุมได้ยิง แต่ถูกสกัดออกหลัง ได้เตะมุม แต่ก็ยังไม่มีจังหวะจะแจ้งที่จะทำประตู

ในนาที 21 เชฟฟิลด์เกือบได้ประตูหลังจากโต้กลับมา โรเบิร์ตสันพยายามสไลด์แต่ไม่พ้น และได้ยิง แต่บอลไม่เข้ากรอบ ส่วนลิเวอร์พูลเองขึ้นบุกมาในนาที 24 และเทรนต์เห็นผู้รักษาประตูยืนไกลจึงพยายามลักไก่ยิงแต่บอลข้ามคานไปเพียงนิดเดียว ส่วนในนาที 26 ซาลาห์ได้ยิงหลังรอจังหวะผิดพลาดของกองหลังเจ้าบ้าน แต่ไม่เข้า

เจ้าบ้านก็ไม่เกรงกลัว ถาเข้าบุกในนาที 28 ฟาน ไดจ์ค ต้องโหม่งเคลียร์ออกไป ก่อนซาลาห์ถูกฟาวล์ ในนาที 30 แต่เทรนต์โยนไม่เข้าเป้า

ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสขึ้นนำเมื่อมาเน่สอดขึ้นมาก่อนวอลเลย์เต็มข้อในนาที 34 แต่บอลเฉี่ยวข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย รวมทั้งในนาที 38 ที่ไวจ์นัลดุมยิงข้ามคาน

นาที 43 เฟอร์มิโน่ดึงจังหวะให้มาเน่ก่อนยิงแต่ไปชนเสา ส่วนจังหวะสองของเฟอร์มิโน่ก็ยังติด

แต่ในนาที 45 มาติปต้องโหม่งออกหลัง ก่อนกรรมการทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก 1 นาที จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

เกมในครึ่งหลัง

 ในช่วงเริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงเล่มเกมรับเป็นส่วนใหญ่ จนถึงในช่วงก่อนครบ 1 ชั่วโมง ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกแต่เทรนต์ยิงข้ามคานไปไกล

คล็อปป์ส่งโอริกีลงมาแทนเฮรเดอร์สันในนาที 64 และหลังจากนั้น โอริกีได้ฉกบอลมาก่อนส่งให้ซาลาห์ แต่ยิงไปติด จากนั้นเชฟฟิลด์ได้โต้กลับ บอลมาที่นอร์วู้ดก่อนยิงแต่อาเดรียนพุ่งเซฟไว้ได้

อาเดรียนต้องออกมาเซฟในนาที 66 ก่อนพยายามเปิดบอลเร็วแต่ยังไม่ทะลุ

แต่ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาที 70 หลังไวจ์นัลดุมยิงไกลก่อนเฮนเดอร์สันรับหลุดมือข้ามเส้นไป

ลิเวอร์พูลเกือบได้โอกาสทองอีกครั้งในนาที 78 หลังซาลาห์หลุดเดี่ยว แต่เฮนเดอร์สันยังเซฟไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เชฟฟิลด์บุกขึ้นมาจากจังหวะที่ไม่มีอะไร โดยคลาร์กสอดขึ้นมาในนาที 86 ก่อนจะเข้าชาร์จแต่บอลข้ามคาน

คล็อปป์ส่งมิลเนอร์ลงมาแทนเฟอร์มิโน่ในนาที 87 ก่อนที่ในนาที 88 โอริกีจะล้อกหลบก่อนที่จะพยายามตวัดยิงแต่บอลเข้าข้างหน้าต่าง

แม็คเบอร์นีเบียดกับมิลเนอร์ในนาที 90 แต่บอลไม่เข้ากรอบ ก่อนที่กรรมการจะทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที

มาเน่ได้บอลในช่วง 90+1 แต่ถูกสกัดล้มลง กรรมการให้ฟรีคิกกลางสนาม จากนั้นเจ้าบ้านลงมากดดันต่อไป พยายามโยนแต่ยังไม่ผ่านมิลเนอร์ในนาที 90+2

อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถูกส่งลงสนามมาแทนมาเน่ในนาที 90+3 และนั่นเป็นจังหวะสุดท้ายในเกม