“คุณคงเห็นความสุขบนใบหน้าของผู้คน: ‘ผมอยากจะเห็นมันมากกว่านี้’”

ฤดูกาล 2000-01 มีจุดเปลี่ยนสำคัญมากมายที่ทำให้พวกเขาก้าวไปคว้าถ้วยรางวัล 3  ใบ และผ่านไปเล่นแชมเปียนส์ลีกภายใต้การวางรากฐานของเชราร์ อุลลิเยร์

และไม่มีอะไรสำคัญกว่าจุดเริ่มต้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่พวกเขาลงเล่นลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศกับเบอร์มิงแฮมในคาร์ดิฟฟ์ และฟิล ธอมป์สันผู้ช่วยผู้จัดการทีมได้บรรยายเป็นข้อความด้านบนถึงแรงกระตุ้นสำคัญให้ทีมไปต่อในช่วงที่เหลือ

และนี่คือตอนแรกเนื้อหาพิเศษของ  Liverpoolfc.com ที่ฉลองครบรอบ 20 ปีของเทรเบิลแชมป์ในฤดูกาล 2000-01 ที่เราโฟกัสไปที่ผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนั้น

หงส์แดงต้องการประตูชัยในนาทีที่ 104 จากร็อบบี ฟาวเลอร์ เพื่อเาอชนะเชลซีในรอบที่สาม และพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 1-2 ในเลกแรกของรอบรองชนะเลิศกับคริสตัล พาเลซ ก่อนที่ได้ลงเล่นกับเบอร์มิงแฮม ทีมจากแชมเปียนชิพเป็นอุปสรรคสุดท้าย

เจมี คาร์ราเกอร์ : เชราร์ อุลลิเยร์ พาเราไปที่นั่นในันก่อนหน้านั้น แทนที่จะตรงไปที่โรงแรม เราตรงไปที่สนามก่อน และเดินไปทั่วสนามราวๆ ครึ่งชั่วโมงเพื่อรับรู้ว่าสนามเป็นอย่างไร พื้นสนามเป็นแบบไหน หลังจากนั้นเราไปที่โรงแรม และกลับมาลงเล่นในวันถัดไป นั่นคือสิ่งที่เชราร์ อุลลิเยร์ชอบ ทุกอย่างมีความสำคัญ ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แค่เปอร์เซ็นต์เดียวที่จะทำให้ได้เปรียบเขาจะทำ”

ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ : “มันเป็นสนามที่อัศจรรย์ การนั่งรถบัสไปยังสนามเป็นประสบการณ์ที่ดี การได้เห็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมากมาย มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก มันรู้สึเหมือนกับเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และผมไม่รู้กดดันเลย ผมสนุกสนานกับทุกอย่าง และมันเป็นแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับผมก่อนเกม”

ดีตมาร์ ฮามันน์ : “สนามมหัศจรรย์มาก มันไม่ได้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์เหมือนเวมบลีย์ แต่สำหรับผมมันเป็นหนึ่งในสุดยอดในแง่ของบรรยากาศ”

วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์:  “เรารู้ว่าเรามีโอกาสที่จะคว้าถ้วยใบแรกร่วมกัน ผู้คนอาจจะเรียกมันว่าเป็นถ้วยเล็กที่ด แต่ทุกถ้วยมีความสำคัญ และเรารู้ในฐานะทีมว่าเราต้องการชนะบางอย่างด้วยกันเพื่อเรียกความมั่นใจ นี่คือโอกาสครั้งแรกของเราในคาร์ดิฟฟ์ เราประหม่านิดหน่อย เพราะว่าเราเป็นต่อ และทุกคนคาดหมายว่าเราจะชนะ”

มาร์คุส บับเบิล : “นี่คือเกมที่ยากมาก เราเป็นต่อในการเจอกับทีมจากแชมเปียนชิพ และมีความกดดันอย่างมากที่เรา เรามองเกมนี้ว่ามันเป็นแบบ 50-50 และเราไม่ได้เหนือกว่าพวกเขา พวกเขาต่อสู้เพื่อทุกสิ่งทุกอย่าง”

ฟาวเลอร์ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมยิงให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 30 ด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยม และการประสานงานกับเอมิล เฮสกี ก่อนซัดผ่านเอียน เบนเน็ตต์ เสียบมุมระยะ 25หลา แต่ลิเวอร์พูลที่คุมเกมได้ขาดไปอย่างเดียวคือประตูที่สอง…

ฟิล ธอมป์สัน: “ผมจำได้ว่าเราใช้วลาดี้ในตำแหน่งพิเศษในวันนั้น ตำแหน่งเหมือนจอมทัพเบอร์ 10 ที่เหมือนตัวฟรี และทำให้แน่ใจว่าเขาจะสอดเข้าไปตามช่อง และมันออกมาสมบูรณ์แบบ ปัญหาเดียวคือเราใช้ประโยชน์จากมันไม่ได้ตลอดการเล่น 90 นาที”

วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ : “เรานำอยู่ 1-0 และผมโชคร้ายที่มีโอกาสดีที่จะยิงเป็น 2-0 ก่อนพักครึ่ง แต่ผมพลาดมัน มันเป็นโอกาสที่ดีมาก”

ฟิล ธอมป์สัน : “เรามีโอกาสเยอะมาก อย่างเดียวในวันนั้นคือค ‘เราน่าจะปิดเกมได้’ บางอย่างจะผ่านเข้ามาในหัวเสมอเมื่อคุณพลาดโอกาสหลายๆ ครั้งว่ามันจะกลับมาหลอกหลอนเรา”

สเตฟาน อองโชซ์ : “เราขึ้นนำ 1-0 และเราคุมเกมได้ถ้าพูดตามตรง ต้องไม่ลืมว่าเราเล่นกับทีมจากแชมเปียนชิพในเวลานั้น ดังนั้นเราคุมเกมได้ และผมจำได้ว่าลูกตั้งเตะเข้ามาในเขตโทษ และผมตัดสินใจผิด”

 

ขณะที่สกอร์เป็น 1-0 จนถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่การมอบถ้วยเหลืออีกไม่กี่นาที มาร์ติน โอ’คอนเนอร์ วิ่งขึ้นมารับลูกครอสในเขตโทษ และเข้าถึงบอลก่อนที่สเตฟาน อองโชซ์จะเหวี่ยงเขาลง และกรรมการก็เป่าจุดโทษโดยไม่ลังเล…

สตีฟาน อองโชซ์: คุณมีเวลาสองนาทีในการตัดสินใจว่าคุณจะทำอะไร ในครั้งนั้นแน่นอนว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่จะเข้าสกัด พยายามจะแย่งบอลกลับมา บล็อกบอล และแน่นอนว่ามันช้าไปนิดหน่อย และการเข้าสกัดแบบนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ยาก ผมบอกให้คุณฟังได้ เพราะว่าคุณรู้ว่าตัวเองทำให้ทีมผิดหวัง คุณพลาด มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครปริปากบ่น และมันยังคงเล่นต่อไปได้อีกเยอะ มันยังแค่ 1-1  แต่มันกลับมาเสมอกัน”

ดาร์เรน เพิร์ส เซ็นเตอร์แบ็ก เบอร์มิงแฮม สังหารไปทางฝั่งขวาผ่านซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ที่พุ่งไปในทิศทางเดียวกันอย่างเยือกเย็น และหงส์แดงก็เล่นไม่ออกใน 30 นาทีหลังจากนั้น…

ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ : “ผมได้รับการยอมรับเรื่องการเซฟจุดโทษ แต่โชคร้ายมากผมไม่สามารถซฟมันได้ ทันใดนั้นบรรยากาศก็เปลี่ยน และเป็นไปได้ว่าเพราะความอ่อนประสบการณ์ของทีมที่ทำให้เราปิดเกมไม่ได้”

ฟิล ธอมป์สัน : “พวกเขาไล่ตามทัน แน่นอนว่าเราผิดหวัง เพราะอย่างนั้นพวกเขาถึงทำได้ดีในอีก 30 นาทีหลังจากนั้น เพราะว่าพวกเขากำลังได้ใจ มันไม่ได้เกี่ยวกับความฟิต ตอนนี้พวกเขากำลังมั่นใจ เพราะว่าพวกเขาเอาตัวรอดจาก 90 นาทีมาได้”

ดีตมาร์ ฮามันน์ ยิงไกล  แต่ความเป็นจริงลิเวอร์พูลจบช่วงต่อเวลาพิเศษอย่างโล่งอกที่อองโชซ์ไม่เสียจุดโทษที่สอง ครั้งนี้เป็นการเข้าสกัดแอนดี จอห์นสัน

สเตฟาน อองโชซ์ : “ถ้าใช้วีเออาร์เหมือนทุกวันนี้ มันน่าจะเป็นลูกที่สองในช่วงต่อเวลาพิเศษถ้าพูดตามตรง บางครั้งคุณต้องมีโชคนิดหน่อย และในคราวนี้ผมต้องบอกว่าผมโชคดีนิดหน่อย”

เจมี คาร์ราเกอร์ : “ท้ายที่สุดผมผิดหวังที่จบเกมโดยที่เราไม่ชนะ ผมคิดว่าเราเล่นได้แย่มาก เราโชว์ฟอร์มไม่ดีเลย และเราค่อนข้างโชคดีที่ไปถึงการดวลจุดโทษ เพราะว่าเบอร์มิงแฮมต้องโวยกับอีกจุดโทษใน 120  กับจังหวะที่สเตฟาน อองโชซ์เข้าสกัดแอนดี จอห์นสัน ผมคิดว่าโชคดีมากที่รอดมาได้ ซึ่งมีหลายๆ อย่างที่น่าผิดหวังมากก่อนหน้านั้น และไม่ได้ตื่นเต้นมากในการยิงจุดโทษ”

เวสเตอร์เฟลด์ทำให้ทีมได้เปรียบก่อนด้วยการเซฟลูกยิงของมาร์ติน เกรนเกอร์ ในขณะที่แกรี แม็คอัลลิสเตอร์, นิค บาร์มบี และคริสเตียน ซีเก้ยิงเข้าไป แต่หลังจากฮามันน์ยิงไม่เข้า เดอะ บลูส์ตีเสมอ และต้องไปถึงซัดเด้นเดธ เจมี คาร์ราเกอร์วัย 23  รับหน้าที่คนยิงคนที่ 6 ของหงส์แดง

ฟิล ธอมป์สัน : “คาร์ราอยู่ตรงนั้น คาร์ราพรอม และมุ่งมั่น ‘ได้เลย ปัง คุณจะได้รับหน้าที่นี้’ผมคิดว่าคาร์ราแม้จะเป็นกองหลัง ผมคิดว่าเขาพร้อมรับผิดชอบแม้จะเป็นนักเตะอายุน้อย ‘ใช่เลย คุณทำได้’

เจมี คาร์ราเกอร์ : “ผมไม่ตื่นเต้นเลยสักนิดถ้าพูดตามตรง ถ้าผมพลาดผมจะไม่โทษตัวเอง หรือคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดของผมที่เราพลาดถ้วยรางวัล ผมรู้สึกเสมอว่าเราทำได้ไม่ดีพอใน 120 นาทีที่คว้าถ้วย… นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมผิดหวังเมื่อจบเกม แต่ผมแค่เเดินไป มันเป็นการวิ่งที่ไกลที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็นในการดวลจุดโทษ ผมตัดสินใจว่าจะยิงไปจุดไหน และผมก็ซัดไปตรงนั้น”

ฟิล ธอมป์สัน : “บอลลูกนั้นไม่หยุดนิ่ง ผมคิดว่าถ้ามันไม่ได้กองก้นตาข่าย มันจะต้องลอยไปถึงแอนฟิลด์!”

ตอนนี้จอห์นสันต้องยิงให้เบอร์มิงแฮม แต่เวสเตอร์เฟลด์อ่านทางดู และกระโดดไปปัดอกไป และกองเชียร์ลิเวอร์พูลด้านหลังเฮลั่น ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้ชูถ้วย

ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ :  “สำหรับผู้รักษาประตูนี่คือช่วงเวลาดีที่สุด การเซฟจุดโทษลูกสุดท้ายอย่างที่เจอร์ซีย์ ดูเด็คทำในแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ และสร้างความแตกต่างให้กับทีม และเป็นคนสำคัญของทีม  ผมอยู่บนสวรรค์ และสนุกสนานกับแฟนบอลลิเวอร์พูล แฟนบอลที่ดีที่สุดในโลกจริงๆ ผมคุกเข่าลง และคุณคงเห็นบนใบหน้าของผมว่ามันมีความหมายแค่ไหน”

ในขณะที่ฟาวเลอร์ได้ชูถ้วยขึ้นเหนือศรีษะ นักเตะ และทีมงานได้ผลัดกันชูถ้วย คำพูดของอุลลิเยร์หลังจากนั้นก็กลายเป็นความจริงในเวลาต่อมา

“เราตีไข่แตกแล้ว เราได้ถ้วยใบแรก มันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น” โค้ชชาวฝรั่งเศสกล่าวหลังคว้าถ้วยใบแรกมาประดับตู้โชว์ และเขาให้คำมั่นว่าจะมีถ้วยรางวัลอีกหลายใบตามมา

มาร์คุส บับเบิล : “ชัยชนะนัดชิงชนะเลิศที่สำคัญที่สุดคือเราชนะเบอร์มิงแฮม ซิตี้ในลีก คัพ เพราะาเราไม่ชนะเกมนัดชิงนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเราจะชนะในเอฟเอ คัพ หรือยูฟา คัพไหม”

วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ : “มันสำคัญมากสำหรับเราที่ได้ถ้วยใบแรกนี้ เรากล่าวว่า “ตอนนี้เราปลดแอกแล้ว เรามีทีมที่แข็งแกร่งที่จะคว้าถ้วยรางวัลต่างๆ ได้ ดังนั้นเรามาจบฤดูกาลให้แข็งแกร่งกัน”

ซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ : “การฉลองด้วยรางวัล และเล่นเพื่อแฟนบอ ถ้าเราแพ้ในการดวลจุดโทษ ผมแน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเราจะไม่ชนะในนัดชิงอื่นๆ นักเตะอายุน้อยๆ ได้มีประสบการณ์ชนะนัดชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกจะรู้ว่ามันยิ่งใหญ่มาก อุลลิเยร์บอกให้เราเขียนประวัติศาสตร์ และเขาทำให้แน่ใจว่าทุกคนเชื่อว่าน่าจะทำได้”

เจมี คาร์ราเกอร์ : “มันรู้สึกเหมือนเป็นวันที่พิเศษเมื่อคุณได้จับถ้วย เพราะเมื่อคุณเป็นนักเตะลิเวอร์พูลมันเกี่ยวกับการคว้าถ้วยรางวัล มันไม่ได้เกี่ยวกับการเล่นให้กับลิเวอร์พูล แค่เล่นกับสโมสรมันไม่พอ คุณต้งอชนะ มันคือทั้งหมดของสโมสร ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ดีที่ทำได้ในโอกาสครั้งแรก และออกมาในทิศทางนี้”

ดีตมาร์ ฮามันน์ :  “ถ้าเราไม่ชนะเกมลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศกับเบอร์มิงแฮม ผมไม่คิดว่าเราจะชนะในนัดชิงชนะเลิศอีกสองเกม เมื่อคุณชนะครั้งแรกได้มันจะทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าคุณน่าจะทำได้ มันเป็นการเริ่มต้นของสามเดือนที่อันยิ่งใหย่ไปจนจบฤดูกาล และทุกอย่างเริ่มต้นจากเกมกับเบอร์มิงแฮม”

มันเป็นอย่างนั้นกับอารมณ์ที่นำพาไปสู่ความสำเร็จกับการอุทิศตนของแต่ละคนในทีม ซึ่งน่าเสียดายสำหรับแดนนี เมอร์ฟีย์ที่ทำสี่ประตูในเส้นทางสู่คาร์ดิฟฟ์ที่ได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็น แต่อุลลิเยร์ไม่ลืมมอบของที่ระลึกให้กับเขา

แดนนี เมอร์ฟีย์ : “ความจริงผมรู้สึกมีความสุขมากที่เราได้แชมป์ในฐานะกลุ่ม และก้าวไปข้างหน้า และผมรู้สึกว่าการคว้าถ้วยใบแดงเป็นประโยชน์มากกับเราทุกคน ไม่ว่าผมจะได้อยู่ในสนาม หรือไม่ ผมได้คุยกับผู้จัดการทีมหลังจากนั้น เพราะเมื่อคุณไม่อยู่ในรายชื่อคุณจะไม่ได้เหรียญรางวัล อุลลิเยร์พูดว่า ‘คุณไม่ได้เหรียญของคุณใช่ไหม? มีของผม คุณสมควรได้มันมากกว่าผมจากประตูที่คุณทำได้มากมายอย่างนี้’ และผมตอบไปแบบว่า ‘ขอบคุณมาก ยอดเลยเจ้านาย!’”