ลิเวอร์พูลยังร้อนแรงต่อเนื่อง หลังบุกไปเอาชนะเอฟเวอร์ตันถึงถิ่นด้วยสกอร์ 4-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา

รายชื่อนักเตะ  

11 ตัวจริง: อลิสสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้, มาเน่, ซาลาห์ และโชต้า

สำรอง: เคลเลเฮอร์, โกนาเต้, มิลเนอร์, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, มินามิโนะ, ซิมิกาส, โอริกี, วิลเลียมส์ และมอร์ตัน

 

จังหวะที่สำคัญ

  • นาที  9 เฮนเดอร์สันยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 0-1
  • นาที 19 ซาลาห์ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 0-2
  • นาที 38 เกรย์ทำประตูให้เอฟเวอร์ตันตามมา 1-2
  • นาที 64 ซาลาห์ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 1-3
  • นาที 78 โชต้ายิงให้ลิเวอร์พูลนำ 1-4

 

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมที่ 14 ในพรีเมียร์ลีก ด้วยการไปเยือนเอฟเวอร์ตันที่กูดิสัน พาร์ก ในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี เกมที่ 239

ก่อนเกมมีการยืนไว้อาลัยหนึ่งนาทีให้อดีตผู้เล่นของเอฟเวอร์ตัน คลิฟฟ์ มาร์แชลล์ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อนในวัย 66 ปี และอดีตกองกลางของเรา เรย์ เคนเนดี้ย์ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาในวัย 70 ปี  

ลิเวอร์พูลได้โอกาสก่อนตั้งแต่ช่วง 3 นาทีแรก โดยในนาที 2 มาติปขึ้นโหม่งเตะมุมของเทรนต์ บอลหลุดกรอบออกไป ก่อนที่ซาลาห์ยกเท้าเปลี่ยนทางบอลของโชต้าข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้น  

นาที 9 ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 จากจังหวะยิงด้วยเท้าซ้ายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หน้าประตู บอลเสียบเสาเข้าไป

ลิเวอร์พูลได้โอกาสทองในนาที 14 เทรนต์ได้โอกาสยิงด้วยเท้าซ้าย แต่พิกฟอร์ดพุ่งปัดออกหลัง ก่อนที่มาติปจะจ่ายพลาด ในนาที 16 แต่เอฟเวอร์ตันที่บุกขึ้นมาเสียโอกาสโดยทาวน์เซนด์รับใบเหลืองจากการพุ่งล้ม

เอฟเวอร์ตันพยายามบุกกดดัน โดยในนาที 17 เทรนต์พุ่งมาสกัดบอลทิ้งก่อนจะหลุดมาถึงเกรย์

ลิเวอร์พูลมาขึ้นนำอีกครั้งในนาที 19 เมื่อซาลาห์ หลุดมาทางขวาจากการจ่ายทะลุของเฮนเดอร์สันก่อนจะเอี้ยวตัวยิงสวนตัวพิกฟอร์ดเข้าไปให้ลิเวอร์พูลนำห่าง 2-0!

แต่เอฟเวอร์ตันทำประตูได้ในนาที 38 จากเกรย์ให้เอฟเวอร์ตันไล่มา 1-2

ในช่วงท้ายเกมเริ่มเดือด โดยในนาที 39 ติอาโก้ไปชนอัลลัน รับใบเหลือง ก่อนที่ในนาที 40 ดีญรับใบเหลืองจากการไปเข้าช้าใส่เฮนเดอร์สัน และนาที 44 เกรย์รับใบเหลืองจากการพุ่งล้ม

ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกในนาที 45+1 มาเน่ได้ขึ้นโหม่งที่เสาแรกแต่พิกฟอร์ดกับกอดเฟรย์ช่วยกันสกัดออกไป

จบ 45 นาทีแรกที่กูดิสัน พาร์ค ลิเวอร์พูลบุกไปนำเอฟเวอร์ตัน 2-1

เกมในครึ่งหลัง

ลิเวอร์พูลเริ่มครึ่งหลังได้อย่างคึกคัก โดยนาที 49 มาเน่ได้จังหวะยิงในเขตโทษ กอดเฟรย์พุ่งมาบล็อคเอาไว้ได้ ก่อนที่ในนาที 52 ซาลาห์ได้จังหวะวอลเล่ย์หน้าประตู บอลไม่ตรงกรอบ และในนาทีต่อมาโชต้าเรียกฟรีคิกระยะอันตรายได้หลังจากกอดเฟรย์มาทำฟาล์ว

ลิเวอร์พูลยังโหมบุกเป็นระลอก โดยนาที 55 ฟาน ไดจ์คปั่นฟรีคิกไปติดกำแพง จังหวะต่อเนื่องติอาโก้ได้ยิงนอกเขตโทษ บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

หลังจากเอฟเวอร์ตันพยายามบุกทวงประตู ลิเวอร์พูลมาได้ประตูเพิ่มในนาที 64 เมื่อซาลาห์ ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของโคลแมนแล้วพาบอลไปยิงผ่านพิกฟอร์ดเข้าไปอย่างเหนือชั้นให้ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1!

คล็อปป์เปลี่ยนตัวเป็นคนแรกในเกม โดยส่ง มิลเนอร์ลงสนามมาแทนที่ของติอาโก้ในนาที 75

นาที 78 ดิโอโก้ โชต้า ยิงยัดด้วยเท้าซ้ายเสยเพดานเข้าไปให้ลิเวอร์พูลนำเป็น 4-1!  

นาที 83 เฮนเดอร์สันถูกเปลี่ยนตัวออก เป็นอ็อกซ์ที่ได้รับโอกาส  จากนั้นคล็อปป์ส่ง มินามิโนะลงมาแทนที่ของโชต้าสำหรับตัวสำรองคนสุดท้าย ในนาที 88

ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 3 นาที

จบเกม ลิเวอร์พูลชนะในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี!